บริษัท ทาพาโก้ จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ได้จดทะเบียนก่อตั้งเป็นบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2543
ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจผลิต ประกอบและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนพลาสติก
วิศวกรรม (Engineering Plastic Parts) เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบชิ้นส่วนพลาสติกของเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องเสียงรถยนต์ โดยบริษัทฯจัดจำหน่ายสินค้าที่ผลิตได้ให้แก่ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ และผู้ผลิตเครื่องเสียงรถยนต์ซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ทั้งนี้ บริษัทฯได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และได้รับการสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยีการออกแบบผลิตภัณฑ์ ด้านเทคนิคในการผลิต และการพัฒนาทางด้านการตลาดจากบริษัท พาร์ทเนอร์ อินดัสทรีส์ จำกัด
(PNI) จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดย PNI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 4 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วของบริษัทฯ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2547 และทั้งสองบริษัทมีกรรมการบางท่านร่วมกัน กลุ่มผู้ถือหุ้นกลุ่มใหญ่ที่สุดของบริษัทฯ ในปัจจุบันคือกลุ่ม PNI ซึ่งประกอบด้วย PNI เอง สมาชิกตระกูลนิโนมิยะซึ่งเป็นกลุ่มผู้ก่อตั้ง PNI และ
บริษัทฯ รวมถึงผู้บริหารและพนักงานบางท่านของ PNI ซึ่งในปัจจุบันทำงานและพำนักอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ณ วัน
ที่ 1 พฤษภาคม 2547 กลุ่ม PNI ถือหุ้นของบริษัทฯรวมกันทั้งสิ้น 4,380,780 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 30.42 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วของบริษัทฯ
การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญของบริษัทฯ
- บริษัทฯได้รับการจดทะเบียนก่อตั้งขึ้นในรูปของบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2543 ในชื่อบริษัท ทาพาโก้ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 20 ล้านบาท
- บริษัทฯได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตาม บัตรส่งเสริมการลงทุนเลขที่ 1398/2543 เมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม 2543
- ในปีแรกของการดำเนินกิจการ รายได้จากการขายส่วนใหญ่ของบริษัทฯมาจากผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรมสำหรับเครื่องโทรสารซึ่งบริษัทฯจำหน่ายให้แก่บริษัท ชาร์ป (ประเทศไทย) จำกัด, Sharp (Malaysia) และ PNI
- บริษัทฯเริ่มมีรายได้จากการจำหน่ายชิ้นส่วนสำหรับวิทยุภายในรถยนต์เป็นครั้งแรกให้แก่ YANO
- บริษัทฯเริ่มมีรายได้จากการจำหน่ายชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรมสำหรับเครื่องพิมพ์ให้แก่ Mitsubishi (Singapore)
- บริษัทฯซื้อที่ดิน 8 ไร่ในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทองเพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่
- บริษัทฯจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2545 และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 60 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 12 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท ซึ่งในปัจจุบันได้เรียกชำระเต็มมูลค่าแล้วทั้งจำนวน
- บริษัทฯได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตามบัตรส่งเสริมการลงทุนเลขที่ 1670 (1) /2545 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2545
- บริษัทฯได้ก่อตั้งบริษัทย่อยชื่อบริษัท ทาพาโก้ โมลด์ จำกัด (TAPM) ขึ้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2545 เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตแม่พิมพ์สำหรับฉีดขึ้นรูปพลาสติก (Mold Die) โดยในปัจจุบัน บริษัทฯถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 94.80 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วชอง TAPM
- บริษัทฯได้รับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานสากล ISO 9001:2000 ในเดือนธันวาคม 2545
- บริษัท เจแปน เอเชีย อินเวสเมนท์ จำกัด (JAIC) ซึ่งเป็นกองทุนที่จะเข้าไปลงทุนในบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางซึ่งมีศักยภาพในการเจริญเติบโตทางธุรกิจ เข้ามาลงทุนและถือหุ้นในบริษัทฯ
- TAPM เริ่มมีรายได้ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546
- TAPM ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตามบัตรส่งเสริมการลงทุนเลขที่ 1219(2) /2546 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2546
- บริษัทฯเริ่มก่อสร้างโรงงานใหม่ในเดือนกันยายน 2546
- บริษัทฯได้รับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานสากล ISO 14001 ในเดือนมกราคม 2547
- บริษัทฯก่อสร้างโรงงานใหม่แล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2547 และเริ่มมีการทยอยติดตั้งเครื่องจักรทั้งเครื่องจักรเก่าที่ย้ายมาจากโรงงานเดิม และเครื่องจักรใหม่ที่ซื้อมาเพิ่ม จนกระทั่งการติดตั้งเครื่องจักรเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในเดือนกันยายน ในส่วนของโรงงานเก่า บริษัทฯได้ให้ TAPM เช่าช่วงต่อเพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการดำเนินการผลิตแม่พิมพ์สำหรับฉีดขึ้นรูปพลาสติกของ TAPM
- บริษัทฯได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 60 ล้านบาท เป็น 92 ล้านบาท โดยการ
- เพิ่มทุนจดทะเบียนโดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนทั้งสิ้น 4,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท เป็นจำนวนเงินรวมกันทั้งสิ้น 20 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป และนำบริษัทฯเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่
- จ่ายหุ้นปันผลจำนวน 2,400,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท เป็นจำนวนเงินรวมกันทั้งสิ้น 12 ล้านบาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่
- บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (MAI) เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2547
- เพิ่มกำลังการผลิตจาก 600 ตันต่อปี เป็น 800 ตันต่อปี
- ได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหม่ เช่น Canon, Metco เป็นต้น
- เพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทย่อย TAPM จาก 25 ล้านบาทเป็น 45 ล้านบาท เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
- เพิ่มกำลังการผลิตจาก 800 ตันต่อปี เป็น 1,000 ตันต่อปี
- บริษัทย่อย TAPM ได้ซื้อที่ดินและอาคารเป็นกรรมสิทธิของบริษัท และย้ายเข้าใช้ที่ดินและอาคารดังกล่าว อันทำให้บริษัทและบริษัทย่อยยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินและอาคารเดิมที่มีอยู่ทั้งหมด
- บริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้นในส่วนของชิ้นส่วนเครื่องพิมพ์จากลูกค้า Canon, Oki, Metco
- บริษัทย่อยได้มีการลงทุนในเครื่องจักรเพิ่มเติมเพื่อการผลิตเฟืองความละเอียดสูง เพื่อให้สามารถเพิ่มยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นได้ มูลค่า 9.46 ล้านบาท
- บริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติม (บัตรที่ 3) สำหรับกำลังการผลิตเพิ่มเติมอีก 1,100 ตันต่อปี
- บริษัทย่อยได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติม (บัตรที่ 2) สำหรับกำลังการผลิตแม่พิมพ์เพิ่มเติมอีก 280 ชุดต่อปี